Nuaghty Girls Party Blogs Rotating Header Image

จังหวัดตรัง

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง และประวัติ ประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง)พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) (จีน: 許心美) (8 เมษายน พ.ศ. 2400 – 10 เมษายน พ.ศ. 2456) เจ้าเมืองตรัง ผู้พัฒนาเมืองตรังให้เจริญก้าวหน้าจนกลายเป็นเมืองเกษตรกรรม และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นสมุหเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลภูเก็ต คอซิมบี้ ณ ระนอง เกิดเมื่อวันพุธ เดือน 5 ปีมะเส็ง พุทธศักราช 2400 ตรงกับเดือนเมษายน พ.ศ. 2440 ที่จังหวัดระนอง เป็นบุตรคนสุดท้องของ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซูเจียง ณ ระนอง) เป็นชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 3) พร้อมกับ นางกิม โดยชื่อ \\\”ซิมบี้\\\” แปลว่า ผู้มีจิตใจดีงาม เมื่ออายุได้ 9 ขวบ ได้ติดตามบิดาย่างเท้าทางกลับไปประเทศจีนและอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 2 ปี ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมกับได้ดูแลกิจการแทนบิดา ทั้ง ๆ ที่มิได้เรียนหนังสือ มีความรู้หนังสือเพียงแค่เซ็นชื่อตนได้เท่านั้น แต่มีความสามารถพูดได้ถึง 9 ภาษา บิดาจึงหวังจะให้สืบทอดกิจการการค้าแทนตน มิได้ประสงค์จะให้รับราชการเลย

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง และประวัติ ประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง)พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) (จีน: 許心美) (8 เมษายน พ.ศ. 2400 – 10 เมษายน พ.ศ. 2456) เจ้าเมืองตรัง ผู้พัฒนาเมืองตรังให้เจริญก้าวหน้าจนกลายเป็นเมืองเกษตรกรรม และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นสมุหเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลภูเก็ต
คอซิมบี้ ณ ระนอง เกิดเมื่อวันพุธ เดือน 5 ปีมะเส็ง พุทธศักราช 2400 ตรงกับเดือนเมษายน พ.ศ. 2440 ที่จังหวัดระนอง เป็นบุตรคนสุดท้องของ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซูเจียง ณ ระนอง) เป็นชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 3) กับ นางกิม โดยชื่อ ซิมบี้ แปลว่า ผู้มีจิตใจดีงาม เมื่ออายุได้ 9 ขวบ ได้ติดตามบิดาไปทางกลับไปประเทศจีนและอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 2 ปี ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ กับได้ดูแลกิจการแทนบิดา ทั้ง ๆ ที่มิได้เรียนหนังสือ มีความรู้หนังสือเพียงแค่เซ็นชื่อตนได้เท่านั้น แต่มีความสามารถพูดได้ถึง 9 ภาษา บิดาจึงหวังจะให้สืบทอดกิจการการค้าแทนตน มิได้ประสงค์จะให้รับราชการเลย
ภายหลัง เมื่อบิดาถึงแก่กรรม ขณะที่คอซิมบี้อายุได้ 25 ปี พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก้อง ณ ระนอง) ผู้เป็นพี่ชาย ต่อมามีบรรดาศักดิ์เป็น พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี สมุหเทศาภิบาลมณฑลชุมพร) ได้นำรับราชการเป็นครั้งแรก เพราะว่าเข้าเฝ้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงบริรักษ์โลหวิสัย ตำแหน่งผู้ช่วยราชการเมืองระนอง ต่อมาได้เลื่อนเป็นผู้ว่าราชการเมืองกระบี่ บรรดาศักดิ์เป็น พระอัษฎงคตทิศรักษา ภายหลังได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ทั้งนี้เนื่องจากราษฎรชาวตรังได้ยื่นฎีกาถวายความว่า เจ้าเมืองตรังคนก่อน (พระยาตรังคภูมิภาบาล (เอี่ยม ณ นคร)) กดขี่ข่มเหงราษฎรทั้งที่สภาพเศรษฐกิจก็ไม่ดี
พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เมื่อรับตำแหน่งเจ้าเมืองตรังได้พัฒนาปรับปรุงสภาพหลายอย่างในเมืองตรังให้เจริญรุ่งเรืองหลายอย่าง ด้วยกุศโลบาลส่วนตัวที่แยบยล ดัง การตัดถนนที่ไม่มีผู้ใดเหมือน รวมทั้งส่งเสริมชาวบ้านให้กระทำการเกษตร ดัง ให้เลี้ยงไก่โดยบอกว่า เจ้าเมืองต้องการไข่ไก่ ให้เอากาฝากออกจากต้นไม้ โดยบอกว่าเจ้าเมืองต้องการเอาไปทำยา ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกกาแฟ กับยางพารา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนำยางพารามาปลูกที่ภาคใต้ จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเช่นในปัจจุบัน
ในทางการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้จัดตั้งกองโปลิศภูธรขึ้นแล้วซื้อเรือกลไฟไว้เป็นพาหนะตรวจลาดตระเวณ บังคับให้ทุกบ้านเรือนต้องมีเกราะตีเตือนภัยไว้หน้าบ้าน หากบ้านใดได้ยินเสียงเกราะแล้วไม่ตีรับจะมีโทษ เป็นต้น
พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มีวิธีการบริหารปกครองแบบไม่มีใครเหมือน โดยใช้หลักเมตตาเหมือนพ่อที่มีต่อลูก เช่น ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามนโยบายก็จะถูกลงโทษอย่างหนัก แต่การลงโทษนั้นให้เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนผู้นั้น เช่น ให้ไปทำนา เป็นต้น ชาวบ้านถือมีดพร้าผ่านมาก็จะขอดู ถ้าพบว่าขึ้นสนิมก็จะดุกล่าวตักเตือน แม้แต่ข้าราชการก็อาจถูกตีศีรษะได้ต่อหน้าธารกำนัลถ้าทำผิด หรือแม้กระทั่งดูแลให้ชาวบ้านสวมเสื้อเวลาออกจากบ้าน
พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตรังนาน 11 ปี ในปี พ.ศ. 2444 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นสมุหเทศาภิบาล มณฑลภูเก็ต รับผิดชอบดูแลหัวเมืองตะวันตก ตั้งแต่ภูเก็ต ตรัง กระบี่ พังงา ตะกั่วป่า ระนอง และสตูล มีผลงานเป็นที่เลื่องลือไปถึงหัวเมืองมลายูและปีนัง จนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ทรงแต่งตั้งให้เป็นองคมนตรี แต่พระยารัษฎานุประดิษฐ์ได้ปฏิเสธ จึงได้ทรงจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ ซึ่งพระยารัษฎา ฯ ก็ได้ไม่ยอมรับไปอีกอย่างนิ่มนวล โดยขอเป็นเพียงสมุหเทศาภิบาล มณฑลภูเก็ต เช่นเดิมต่อไป จากนั้นจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสายสะพายช้างเผือกชั้นที่ 1 และทรงถือว่าพระยารัษฎา ฯ เป็นพระสหาย สามารถห้อยกระบี่เข้าเฝ้าฯ โดยพระบรมราชานุญาตพิเศษ
พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี ได้สิ้นชีวิตลงเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2456 ที่บ้านจักรพงษ์ ที่ปีนัง ด้วยสาเหตุเจ็บป่วยจากการถูกยิงโดยคนสนิท พร้อมกับหลานชาย (พระสถลสถานพิทักษ์ (คอยู่เกียด ณ ระนอง)) ที่ท่าเทียบเรือกันตัง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2456 รวมอายุได้ 56 ปี
เมื่อสิ้นชีวิต หลวงบริรักษ์โลหวิสัย บุตรชายได้รับหนังสือแสดงความเสียใจจากบุคคลต่าง ๆ รวมถึงสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เพราะว่าเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชโทรเลขจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีใจความว่า
เรามีความเศร้าสลดอย่างยิ่งในอนิจกรรมของบิดาเจ้า ผู้ซึ่งเรายกย่องอย่างสูง ไม่เฉพาะที่เป็นข้าราชการเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นเพื่อนผู้หนึ่ง ซึ่งเราเศร้าสลดที่ต้องสูญเสียไปเช่นนั้น จงรับความเศร้าสลดและเห็นใจอย่างแท้จริงจากเราด้วย
ในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2456 หนังสือพิมพ์ สเตรตส์ เอโก กับหนังสือพิมพ์ปีนังกาเซ็ต ที่ตีพิมพ์ในปีนังก็ได้ลงบทความไว้อาลัยต่อการจากไปของพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี พร้อมทั้งยกย่องว่าเป็นสมุหเทศาภิบาลที่ยอดเยี่ยมมมาก ยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือนทั้งในอดีตและอนาคต
ปัจจุบัน อนุสาวรีย์ของพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองตรัง ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร และ อยู่บน เขารัง จังหวัด ภูเก็ต

เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกสีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา เกี่ยวกับผู้ที่ติดใจบรรยากาศของหาดทราย ชายทะเล กลุ่มกุม และข้าวอร่อยแล้ว ไม่มีใครไม่คิดถึงตรัง หรือเมืองทับเที่ยง เมืองท่าค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต และเติบโตต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน โดยสั่งสมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ตกทอดไว้ในแหล่งเดินทางหลายแห่ง ดุจ พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี

เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกสีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา
เพราะว่าผู้ที่หลงระเลิงบรรยากาศของหาดทราย ชายทะเล กลุ่มเกาะกุม และกระยาหารอร่อยแล้ว ไม่มีใครไม่คิดถึงตรัง หรือเมืองทับเที่ยง เมืองท่าค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต และเติบโตต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน โดยสั่งสมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ตกทอดไว้แห่งแหล่งเตร็ดเตร่หลายแห่ง เป็นต้นว่า พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
พร้อมกับอย่างที่รู้กันว่า ตรังครอบครองดินแดนแรกที่มีการนำต้นยางพารามาปลูก ทุกวันนี้ ยางพาราลงความว่าพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ทำรายได้เลี้ยงชีพผู้คนมาอย่างจิรัง ไม่เพียงเท่านั้น กระแสความอุดมสมบูรณ์ของตรังยังรวมถึงผืนป่า แหล่งน้ำ และถ้ำน้อยใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าหาดทราย ชายทะเล และหมู่เกาะเลย
การไปเยือนจังหวัดตรังจึงนับว่าได้ท่องเที่ยวครบทุกรสชาติ ทั้งท้องถิ่นประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ธรรมชาติ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเหมาะสมและพอเพียงในแต่ละที่ที่คุณไป
จังหวัดตรังมีเนื้อที่ประมาณ 4,941 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเล็กเถินน้อยสลับกับที่แบนเรียบ ทำให้สันนิษฐานกันว่าชื่อตรัง มาจากคำว่า “ตรังคะ” ในภาษาบาลี ซึ่งแปลว่าลูกคลื่น ตามสภาพพื้นที่ของจังหวัดตรัง ขณะที่อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งบอกว่า ตรังมาจาก “ตรังเค” ภาษามลายู แปลว่า “รุ่งอรุณ” หรือ “สว่างแล้ว” เพราะสมัยก่อน เรือสินค้าจากมลายูจักแล่นมาถึงตรังตอนสว่างพอดี
ความเป็นมาของเมืองตรังตรงนั้นเริ่มต้นในสมัยรัตนโกสินทร์ เพราะว่าพบหลักฐานลงความว่าจารึกวัดเสมาเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งบอกไว้ว่า ตรังเป็นหัวเมืองที่ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราช และหลักฐานอื่นๆ ที่พบในเวลาต่อมา ทำให้สามารถแบ่งยุคสมัยของวิวัฒนาการเมืองตรังได้เป็น 3 ช่วง ลงความว่า
1. สมัยตั้งเมืองที่ตำบลควนธานี (พ.ศ. 2354-2436) ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พบหลักฐานจากทำเนียบกรมการเมืองตรังว่า พระอุไภยธานี ผู้ว่าราชการเมืองตรังคนแรก ได้สร้างหลักเมืองไว้ที่ควนธานี (อยู่ในอำเภอกันตังในปัจจุบัน ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ 8 กิโลเมตร) 
2. สมัยตั้งเมืองที่กันตัง (พ.ศ. 2436-2458) ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยุคนี้พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ดำรงตำแหน่งเจ้าเมือง ท่านเห็นว่าที่ตั้งเมืองเดิมคือควนธานีนั้นอยู่ห่างจากฝั่งทะเลมาก จึงกราบบังคมทูลขอย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่ที่ตำบลกันตัง เพราะที่นี่เป็นชุมชนใหญ่ มีชาวจีนเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในช่วงที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีเป็นเจ้าเมืองนี้เองที่ตรังได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก เช่น มีการนำต้นยางพาราจากมลายูมาปลูกเป็นครั้งแรก มีการตัดถนนจากตรังไปพัทลุง สร้างท่าเรือเพราะด้วยรองรับการค้าขายกับต่างชาติ ฯลฯ นับเป็นยุครุ่งเรืองอย่างยิ่งเลยทีเดียว
3. สมัยตั้งเมืองที่ทับเที่ยง (พ.ศ. 2458 จนถึงปัจจุบัน) ล่วงมาถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ทรงมีพระราชดำริว่า เมืองกันตังมีพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยจากอริราชศัตรู อีกทั้งมีการระบาดของไข้อหิวาตกโรค จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ที่ตำบลทับเที่ยง ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอเมืองตรังในสมัยปัจจุบันนั่นเอง
จังหวัดตรังแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ เป็นต้นว่า อำเภอเมืองตรัง อำเภอกันตัง อำเภอห้วยยอด อำเภอย่านตาขาว อำเภอปะเหลียน อำเภอสิเกา อำเภอวังวิเศษ อำเภอนาโยง อำเภอรัษฎา และอำเภอหาดสำราญ
 
สมมติจะเข้าถ้ำเขากอบ ต้องมั่นใจว่าตัวเองไม่เป็นคนกลัวที่แคบ เพราะปลายทางก่อนออกจากถ้ำนั้น เป็นโพรงแคบมาก ขนาดแค่เรือพาย 1 ลำลอดผ่านพอดี
ทุกครั้งที่เข้าถ้ำ อย่าแตะต้องหยดน้ำตรงปลายหินย้อย เพราะไขมันจากนิ้วมือจะทำให้หินย้อยไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้
หากจะไปเที่ยวถ้ำ ทางที่ดีควรมีไฟฉายคาดศีรษะที่กันน้ำติดตัวไปด้วย ถึงแม้ผู้ประกอบการจะมีไฟฉายให้ แต่การมีเป็นของตัวเองจะสะดวกกว่า และสามารถใช้ได้ในหลายกรณี
ก่อนลงดำน้ำ ควรทาแชมพูที่ด้านในของหน้ากากดำน้ำ จากนั้นนำหน้ากากดำน้ำไปแกว่งๆ ในน้ำทะเล แล้วค่อยสวม วิธีนี้เป็นการเคลือบฟิล์มที่หน้ากากดำน้ำ ทำให้ไม่เป็นฝ้ามัว
เตรียมกระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันน้ำไปด้วยทุกครั้งเมื่อไปเที่ยวทะเล โดยเฉพาะเวลาพายคายัค เพื่อป้องกันของมีค่าเสียหายเมื่อโดนน้ำเป็นเวลานาน
เมื่อไปเที่ยวทะเล อย่าลืมนำโลชั่นกันแดด ค่า SPF สูงๆ หมวก แว่นกันแดดไปด้วย

จังหวัดตรัง มี สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่มีอยู่บานเบียง มาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถเที่ยวได้ครบ แต่ถึงมากี่ครั้งเมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้ก็ไม่เคยทำให้เบื่อ ผมอยากให้ทุกคนที่มีเยือนเมืองตรังอย่าเพิ่งรีบมุ่งหน้าสู่ท

จังหวัดตรัง มีขนบธรรมเนียมแบบแผน ธรรมเนียมปฏิบัติ และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่การกำหนดปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ ตราบใดปัจจุบัน คือ 
การงานวัฒนธรรม ประเพณี ของดีเมืองตรัง จัดขึ้นเดือนกันยายนทุกปี รวบรวมวัฒนธรรม ประเพณี สิ่งของดีที่มีในจังหวัดตรัง ทุกอำเภอมาแสดง ต่อสู้ แข่งขัน และออกร้านออกตัวในบริเวณงาน เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดตรัง 
ประเพณีถือศีลกินเจ (ประมาณเดือนตุลาคม) ประเพณีกินเจจะจัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน โดยจัดปีละครั้งในงานมีฝ่ายพิธีการจัดโต๊ะบูชา ฝ่ายอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฝ่ายอ่านบทสวดมนต์ร่วมกันประกอบพิธีกินเจ และเชิญชวนผู้ศรัทธามาร่วมกันกินเจก่อนถึงวันกำหนดเพื่อให้ร่างกายบริสุทธิ์และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ และพระจากดาวนพเคราะห์ทั้งเลข 9 ให้มาเป็นพยานในการประกอบพิธีกินเจครั้งนี้ ส่วนเจ้าอื่น ๆ ที่อัญเชิญมามีทั้ง พุทธ พราหมณ์ และเต๋า เพื่อให้เกิดศรัทธาในการรักษาศีล แบบการปฏิบัติถึงความบริสุทธิ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลยกเว้นข้อ 6 ไม่กินอาหารในยามวิกาลมาเป็นกินอาหารเจตลอด 9 วัน มีการทำวัตรเช้า – เย็น โดยถือปฏิบัติตามพุทธศาสนา คือ รักษาศีลทำสมาธิและเกิดปัญญา จะมีอยู่วันหนึ่งในช่วงจัดงาน เจ้าจะเข้าทรงร่างทรงแสดงอิทธิฤทธิ์โดยใช้วัตถุต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายพร้อมทั้งจัดขบวนแห่แหนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานที่นับถือได้สักการะปฏิบัติบูชา เป็นต้น 
ประเพณีชิงเปรต วันสารท เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีต้นตระกูลที่ว่า บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว หากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรก ปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน รับเปรต หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมัน และฝากกลับไปเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้น คือวันส่งเปรต กลับคืนเมืองเรียกกันว่าวันสารทใหญ่ต้องทำขนม คาวหวาน ขนมนมเนยครบถ้วน ยิ่งกว่าวันรับเปรตไปวัด โดยตั้งเปรตนอกวัด ให้พระท่านส่งเปรตกลับเมือง เลือดเนื้อเชื้อไขจะจุดธูปเทียน ระลึกถึงเปรต พร้อมกับหมายตาไว้ว่าใครอยากได้อะไรจากวงตั้งเปรต ทันทีที่บรรดาผู้ใหญ่ลุกขึ้น เด็ก ๆ ก็จะเข้าแย่งชิงอาหาร หรือเงินที่วางไว้เป็นที่สนุกสนาน เรียกว่า ชิงเปรต เชื่อกันว่าใครได้กินอาหารการกินเดนเปรตจะได้กุศลยิ่งนัก 
ประเพณีงานศพ พิธีงานศพของชาวตรังโด่งดังขึ้นด้วย ความเหลื่อมล้ำของการ์ดเชิญที่มีขนาดใหญ่ และมีรายชื่อเจ้าภาพเรียงรายนับร้อยไม่เหมือนกับการ์ดเชิญการฝังศพทั่วไป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิต
อันยาวนานจากอดีต ต่างบอกกล่าวเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของลักษณะการ์ดเชิญใบใหญ่นั้นว่า เริ่มต้นมาจากหมู่คนจีนยุคแรกที่มาอาศัยแผ่นดินตรัง ทำมาหากินด้วยความรู้สึกของความขัดแย้ง ทำให้หมู่คนจีนผูกพันเหนียวแน่น หาโอกาสติดต่อพบปะค้าขายช่วยเหลือ บอกข่าวถึงกันอยู่ตลอด เมื่อมีการตายเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อกัน หากแต่ความข้นแค้นลำเค็ญในภาวะความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเดินบอกการ์ดเชิญแก่ทุกบ้านได้ จึงกลายมาเป็นอาศัยการเขียนใบประกาศปิดตามร้านค้าขายกาแฟ ที่บรรดาคนจีนนิยมมานั่งดื่มกินกันในตอนเช้า จึงทราบข่าวคราวของเพื่อนฝูงได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้ถ่ายทอดจากชาวจีนสู่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมตามลำดับ จนเปลี่ยนเป็นประเพณีของทุกคนไปในที่สุด
กรณีสำคัญในการ์ดใบเขื่องนั้น ยกเว้นจะระบุชื่อผู้ตาย สาเหตุการตาย สถานที่ตั้งศพ วันจัดงาน วันฌาปนกิจ แล้วสิ่งสำคัญก็คือ รายชื่อเจ้าภาพ ซึ่งจะรวมเอาเหล่าบรรดาเครือญาติทั้งหมดเรียงรายเป็นทิวแถว และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันโดยไม่รู้ตัวว่า หากอ่านพบชื่อเจ้าภาพคนใดคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของตนแล้วละก็ แตะต้องไปช่วยงานศพนั้นด้วยทันที เป็นการปลูกฝังความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันฉันท์ญาติมิตร เพื่อนสนิท คนชิดใกล้ ให้สานสัมพันธ์โยงใยกลายเป็นร่างแหความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของผู้คนทั้งธานี 
งานเทศกาลขนมเค้ก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะรวบรวมผู้ผลิตเค้กในจังหวัดตรังทุกร้านมาร่วมออกร้าน จำหน่ายเค้กในราคาพิเศษ ณ แนวถนนสถานีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน 
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปี และจะรวบรวมร้านต่าง ๆ ในจังหวัดมาร่วมออกร้าน ณ บริเวณสี่แยกธรรมรินทร์ บนถนนสถานีและมีการจัดขบวนแห่ 
งานเทศกาลหอยตะเภา เป็นเทศกาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งท่องเที่ยว คือ ชายหาดปากเมง เป็นสถานที่จัดงาน 
งานเฉลิมพระชนมพรรษาและงานกาชาดประจำปี จัดขึ้นระหว่าวันที่ 5-15 ธันวาคม ทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและทางภาคใต้ 
งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสาวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก มาเข้าร่วมพิธีวิวาห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงานยิ่งใหญ่ทุกปี 

ตรัง มีชีวิตจังหวัดในปักษ์ใต้ของประเทศไทย ตรังหรือเมืองทับเที่ยง เป็นจังหวัดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้ ในอดีตกาลเคยเป็นเมืองท่าค้าขายกับต่างประเทศ เป็นเป็นศูนย์กลางกลางการคมนาคมไปสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรังเป็นจังหวัดแรกในที่มีต้นยางพารามาปลูก โดยพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) นำพันธุ์ยางพารามาจากมาเลเซีย คำขวัญประจำจังหวัด : เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา ที่ตั้ง จังหวัดตรัง ตั้งอยู่ภาคใต้ของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ828 กม. มีพื้นที่ประมาณ 4,941.439 ตร.กม. หรือประมาณ3,088,399.375 ไร่ ทำเลที่ตั้งท่องเที่ยวฮิตในตรัง เกาะลิบง

       
จังหวัดตรัง
       มีชีวิตจังหวัดในปากใต้ของประเทศไทย ตรังหรือเมืองทับเที่ยง เป็นจังหวัดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้ ในโบราณกาลเคยเป็นเมืองท่าค้าขายกับต่างประเทศ เป็นเป็นหมดไปกลางการคมนาคมไปสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรังเป็นจังหวัดแรกแหล่งมีต้นยางพารามาปลูก โดยพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) นำพันธุ์ยางพารามาจากมาเลเซีย
 
คำขวัญประจำจังหวัด : เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา
 
ตำแหน่งที่ตั้ง จังหวัดตรัง ตั้งอยู่ภาคใต้ของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ828 กม. มีพื้นที่ประมาณ 4,941.439 ตร.กม. ไม่ใช่หรือประมาณ3,088,399.375 ไร่
สถานท่องเที่ยวฮิตในตรัง 
เกาะลิบง
       ก่อสร้างอยู่ที่ตำบลลิบง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลตรัง มีพื้นที่25,000 ไร่ รอบๆ เกาะเต็มไปด้วยหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหาร ของ“พะยูน” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กำลังจะสูญพันธุ์ แต่จะพบได้มากบริเวณเกาะลิบง เกาะลิบงได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่า สัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง มีที่ทำการเขตฯ อยู่บริเวณแหลมจุโหย โดยรอบ เกาะมีแหลมและชายหาดหลายแห่ง เช่น หาดตูบ แหลมจุโหย แหลมทวด แหลมโต๊ะชัย เป็นต้น พื้นที่แหลมจุโหยนั้นเป็นหาดทราย เวลาน้ำลดสามารถเดินทางไปถึงหาดตูบ ซึ่งมีนกทะเลและ นกชายเลนจำนวนมากที่เดินทางมาจากแถบหนาวบินมาอาศัยเพียงที่นี่แห่งเดียว เพราะเฉพาะเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม อาทิ นกกินเปี้ยว นกกวัก นกยางเขียว นกนางนวลแกลบเคราขาว นกหัวโตขาดำ เป็นอาทิ
 
ถ้ำเลเขากอบ
       ถ้ำเลเขากอบเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เป็นเหตุให้เกิดธารน้ำไหลตลอดถ้ำบนแผ่นดิน มีลักษณะเป็นภูเขาผาหิน สูงชันสลับซับซ้อน มีลำคลองที่ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัด เมื่อไหลมาถึงบริเวณเขากอบจะแยกออกเป็น3 สาย โดยสองสายจะไหล อ้อมภูเขาและอีกสายหนึ่งจะไหลลอดถ้ำใต้ภูเขา ในถ้ำมีหินงอกหินย้อย ระยะทาง4 กิโลเมตร อบต. เขากอบ ได้จัดเรือพายบริการ นำเที่ยวชมความงามของถ้ำ ถือเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชนในท้องถิ่น
 
หาดสำราญ
       ตั้งอยู่ตำบลหาดสำราญ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ59 กิโลเมตร รายทางถนนสายตรัง-ปะเหลียน จะเลี้ยวขวาที่สี่แยกบ้านนา ตำบลบ้านนา อำเภอปะเหลียนไปอีก22 กิโลเมตร เป็นหาดริมฝั่งมหาสมุทรอินเดีย พื้นที่หาดสำราญมีต้นสนหนาแน่นและสามารถมองเห็นเกาะเล็กใหญ่ต่างๆ มีลมพัดตลอดวันเหมาะสำหรับเป็นที่ตากอากาศ ผู้เดินทางนิยมมารับประทานอาหารทะเลสดๆ ดูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงพี้นบ้าน และมีแหลมตะเสะ สามารถดูนกทะเลได้ตลอดทั้งปีในช่วงที่น้ำลง
 
อนุสาวรีย์พระรัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ นคร)
       อยู่ในบริเวณสวนสาธารณะเขตเทศบาลเมืองตรัง ห่างจากศาลากลางจังหวัด1 กิโลเมตร เส้นทางถนนตรัง-พัทลุง พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ได้สร้างความเจริญแก่จังหวัดตรัง เป็นอย่างมาก เช่น การคมนาคม เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ การหาความรู้ การปกครอง และเป็นผู้นำต้นยางต้นแรกมาปลูกในจังหวัดตรัง จนแพร่สะพัดไปทั่วภาคใต้
กะพังสุรินทร์
       ห่างจากศาลากลางจังหวัด2 กิโลเมตร ใกล้อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เป็นแอ่งน้ำหรือหนองน้ำ ตามธรรมชาติขนาดใหญ่ มีเนื้อที่50 ไร่ กะพังสุรินทร์ตั้งชื่อตามพระยาสุรินทราราชา (นกยูง วิเศษกุล) อดีตสมุหเทศาภิบาลมณฑล ภูเก็ต รอบบริเวณเป็นสวนสาธารณะสำหรับนั่งพักผ่อนได้
 
ถ้ำเขาช้างหาย
       อยู่ในสภาพหมู่ที่5-6 ตำบลนาหมื่นศรี เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยแบบต่าง ๆ ที่สวยงามสลับซับซ้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้ำลึกประมาณ500 เมตร ใช้เวลาเดินชมประมาณ20 นาที มีทางเดินคอนกรีตพร้อมทั้งติดไฟตามถนนหนทาง ให้เดินได้อย่างสะดวก สำหรับเดินไปยังถ้ำต่าง ๆ เช่น ถ้ำช้างหาย ถ้ำเพกา ถ้ำทรายทอง ถ้ำโอง และถ้ำแม่เฒ่าคล้าย ถ้ำนี้เปิดให้เข้าชมวันเสาร์-อาทิตย์ สำหรับวันธรรมดาจะต้องติดต่อฝ่ายนำทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่มาเปิดประตูถ้ำ
 
หาดหยงหลิง-หาดสั้น
       เป็นหาดทรายรูปโค้งขนานไปกับดงสน สุดชายหาดเป็นเขาสูงมีเวิ้งและโพรงถ้ำ รอบรู้ลอดออกไปสู่หน้าผา ริมทะเลที่มีโพรงถ้ำและโขดหินเหมือนป้อมโอบล้อมลานทรายไว้สวยงามมาก เหมาะที่จะเล่นน้ำและพักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่หาด สามารถกางเต็นท์ได้ การเดินทาง ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข4046–4162 ถึงหาดปากเมงเลี้ยวซ้ายเลียบชายหาดประมาณ10 กิโลเมตร และเลี้ยวเข้าถนนบ้านน้ำราบ-หาดเจ้าไหม ประมาณ6 กิโลเมตร จะมีทางแยกเข้าหาดหยงหลินอีกประมาณ2 กิโลเมตร หรือเพราะสารรถตู้สายตรัง-หาดยาว จะผ่านหน้าหาดหยงหลิน-หาดสั้น
 
ถ้ำเจ้าไหม-ถ้ำเจ้าคุณ
       เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยอยู่ที่เขาโต๊ะแนะ ใกล้บ้านเจ้าไหม การเที่ยวชมต้องนั่งเรือจากหาดยาวไปตามคลอง เจ้าไหม ประมาณ15 นาที จากนั้นใช้เรือเล็กพายลอดไปตามคลองจระเข้ขาวทะลุถ้ำเจ้าไหม เพื่อไปเจอป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ นอกจากนั้นระหว่างทางจะมีถ้ำเจ้าคุณ ซึ่งเป็นถ้ำที่ต้องเดินขึ้นไปเที่ยวชมความงามของถ้ำ ในถ้ำจะประกอบด้วยหินย้อยที่มีความสวยงาม และรูปร่างแปลกตาให้เที่ยวชม รอบรู้พายเรือแคนูเที่ยวชมได้
 
พระนอนทรงเครื่องโนราวัดภูเขาทอง
       ประดิษฐานอยู่ที่วัดภูเขาทอง หมู่1 ตำบลน้ำผุด ห่างจากตัวเมือง20 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข4123 เป็นพระพุทธรูปโบราณปางปรินิพพาน สร้างสมัยศรีวิชัย ลักษณะเด่นคือ พระเศียรทรงเทริดโนรา ตามศิลปะของภาคใต้ เพราะเชื่อกันว่า เทริดเป็นเครื่องประดับที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นของสูง กรมศิลปากรลงนามเป็นโบราณสถาน
 
การเดินทาง
รถยนต์ 
1. ไปตามทางหลวงหมายเลข4 กรุงเทพฯ-ชุมพร จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข41 ผ่าน สุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง-ห้วยยอด-ตรัง ระยะทาง828 กิโลเมตร 
2. ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ชุมพร จากนั้นผ่านแยกเข้าระนอง-พังงา-กระบี่-ตรัง ระยะทาง1,020 กิโลเมตร
 
รถไฟ
มีรถเร็วและรถด่วนออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ถึงสถานีตรังทุกวัน ระยะทาง870 กิโลเมตร ใช้เวลา15 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง โทร.1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือสถานีรถไฟตรัง โทร.0 7521 8012
 
รถโดยสารประจำทาง
จากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศ กรุงเทพฯ – ตรังทุกวัน รายละเอียดสอบถามได้ที่0 2435 1199 (รถปรับอากาศ) และโทร.0 2434 5557-8 (รถโดยสารธรรมดา) ไม่ใช่หรือ บริษัท ขนส่ง จังหวัดตรัง โทร.0 7521 8718
 
เครื่องบิน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีเที่ยวบินตรงไปจังหวัดตรังทุกวัน ถามไถ่รายละเอียดได้ที่ โทร.1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000 หรือ การบินไทย สาขาตรัง โทร.0 7521 9923, 0 7521 8066
 
การคมนาคมภายในจังหวัด
ในตัวเมืองตรังมีรถสามล้อเครื่อง หรือตุ๊กตุ๊ก บริการในเขตเทศบาล หากเดินทางต่อเนื่องระหว่างอำเภอมีบริการรถโดยสารประจำทาง รถสองแถว และรถตู้เช่าได้จากบริษัททัวร์ในเมืองตรัง
 
เทศกาลและงานประเพณี
งานเทศกาลขนมเค้ก
       ชาวตรังมีคำเลื่องลือในการทำขนมเค้กมาช้านาน โดยเฉพาะที่บ้านลำภูรา เป็นแหล่งผลิตขนมเค้กมาแต่ดั้งเดิม เอกลักษณ์ของขนมเค้กของชาวตรังจะไม่ใช้ครีมตกแต่งหน้าเค้ก ขนมเค้กมีหลายรส เช่น รสส้ม รสกาแฟ รสสามรส รสใบเตย รสเนย งานเทศกาลขนมเค้กจัดเป็นประจำทุกปี ช่วงเดือนสิงหาคม พื้นที่ถนนสถานี
งานเทศกาลหมูย่าง
       เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง ช่วงเดือนกันยายนของทุกปี ในงานมีหมูย่างสูตรพิเศษของเมืองตรังจากร้านต่างๆ ในจังหวัด งานจัดพื้นที่สี่แยกธรรมรินทร์ ถนนสถานี 
 
งานวิวาห์ใต้สมุทร
       กิจกรรมที่สำคัญในงานที่แปลกที่สุดในโลก เป็นต้นว่า พิธีต้อนรับคู่บ่าวสาว (ชาวไทยและต่างประเทศ) ณ สนามบินตรัง ขบวนแห่คู่บ่าวสาวรอบตัวเมืองตรัง ต่อจากนั้นก็แห่ขันหมากด้วยเรือหางยาวไปยังเกาะกระดานแล้วดำน้ำลงไปทำพิธีรดสังข์และจดทะเบียนออกเรือนใต้ท้องทะเลลึกกว่า 40 ฟุต
โรงแรมที่พักที่น่าสนใจในตรัง 
โรงแรมเกาะมุก รีสอร์ท
โรงแรมมายาเล รีสอร์ท
โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา
โรงแรมทัพวารินทร์ รีสอร์ท
โรงแรมเกาะมุก สีวลัย บีช รีสอร์ท

จังหวัดตรัง มี สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่มีอยู่บานตะโก้ มาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถเที่ยวได้ครบ แต่ถึงมากี่ครั้งเมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้ก็ไม่เคยทำให้เบื่อ ผมอยากให้ทุกคนที่มีเยือนเมืองตรังอย่าเพิ่งรีบมุ่งหน้าสู่ท

จังหวัดตรัง มีอยู่ขนบธรรมเนียมเยี่ยงอย่าง ธรรมเนียม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่การกำหนดปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ จนปัจจุบัน คือ 
งานรื่นเริงวัฒนธรรม ประเพณี ของดีเมืองตรัง จัดขึ้นเดือนกันยายนทุกปี รวบรวมวัฒนธรรม ประเพณี สรรพสิ่งดีที่มีในจังหวัดตรัง ทุกอำเภอมาแสดง ประกวด แข่งขัน และออกร้านทำการค้าในบริเวณงาน เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดตรัง 
ประเพณีถือศีลกินเจ (ประมาณเดือนตุลาคม) ประเพณีกินเจจะจัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน โดยจัดปีละครั้งในงานมีฝ่ายพิธีการจัดโต๊ะบูชา ฝ่ายอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฝ่ายอ่านบทสวดมนต์ร่วมกันประกอบพิธีกินเจ และเชิญชวนผู้ศรัทธามาร่วมกันกินเจก่อนถึงวันกำหนดเพื่อให้ร่างกายบริสุทธิ์และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ และพระจากดาวนพเคราะห์ทั้งเลข 9 ให้มาเป็นพยานในการประกอบพิธีกินเจครั้งนี้ ส่วนเจ้าอื่น ๆ ที่อัญเชิญมามีทั้ง พุทธ พราหมณ์ และเต๋า เพื่อให้เกิดศรัทธาในการรักษาศีล แถวการปฏิบัติถึงความบริสุทธิ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลยกเว้นข้อ 6 ไม่กินอาหารในยามวิกาลมาเป็นกินอาหารเจตลอด 9 วัน มีการทำวัตรเช้า – เย็น โดยถือปฏิบัติตามพุทธศาสนา คือ รักษาศีลทำสมาธิและเกิดปัญญา จะมีอยู่วันหนึ่งในช่วงจัดงาน เจ้าจะเข้าทรงร่างทรงแสดงอิทธิฤทธิ์โดยใช้วัตถุต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายพร้อมทั้งจัดขบวนแห่แหนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานที่นับถือได้สักการะเทิดทูน เป็นต้น 
ประเพณีชิงเปรต วันสารท เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีบรรพบุรุษที่ว่า บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว หากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรก ปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน รับเปรต หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมัน และฝากกลับไปเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้น คือวันส่งเปรต กลับคืนเมืองเรียกกันว่าวันสารทใหญ่ต้องทำขนม คาวหวาน ขนมนมเนยครบถ้วน ยิ่งกว่าวันรับเปรตไปวัด โดยตั้งเปรตนอกวัด ให้พระท่านส่งเปรตกลับเมือง ลูกหลานจะจุดธูปเทียน ระลึกถึงเปรต พร้อมกับหมายตาไว้ว่าใครอยากได้อะไรจากวงตั้งเปรต ทันทีที่บรรดาผู้ใหญ่ลุกขึ้น เด็ก ๆ ก็จะเข้าแย่งชิงอาหาร หรือเงินที่วางไว้เป็นที่สนุกสนาน เรียกว่า ชิงเปรต เชื่อกันว่าใครได้กินกระยาหารเดนเปรตจะได้กุศลยิ่งนัก 
ประเพณีงานศพ พิธีงานศพของชาวตรังโด่งดังขึ้นด้วย ความแตกต่างของการ์ดเชิญที่มีขนาดใหญ่ และมีรายชื่อเจ้าภาพเรียงรายนับร้อยไม่เหมือนกับการ์ดเชิญพิธีศพทั่วไป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิต
อันยาวนานจากอดีต ต่างบอกกล่าวเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของลักษณะการ์ดเชิญใบใหญ่นั้นว่า เริ่มต้นมาจากหมู่คนจีนยุคแรกที่มาอาศัยแผ่นดินตรัง ทำมาหากินด้วยความรู้สึกของความขัดแย้ง ทำให้หมู่คนจีนผูกพันเหนียวแน่น หาโอกาสติดต่อพบปะค้าขายช่วยเหลือ บอกข่าวถึงกันอยู่ตลอด เมื่อมีการตายเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อกัน หากแต่ความข้นแค้นลำเค็ญในภาวะความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเดินบอกการ์ดเชิญแก่ทุกบ้านได้ จึงกลายมาเป็นอาศัยการเขียนใบประกาศปิดตามร้านค้าขายกาแฟ ที่บรรดาคนจีนนิยมมานั่งดื่มกินกันในตอนเช้า จึงทราบข่าวคราวของเพื่อนฝูงได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้ถ่ายทอดจากชาวจีนสู่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมตามลำดับ จนกลับกลายประเพณีของทุกคนไปในที่สุด
หัวเรื่องสำคัญในการ์ดใบเขื่องนั้น เว้นแต่ว่าจะระบุชื่อผู้ตาย สาเหตุการตาย สถานที่ตั้งศพ วันจัดงาน วันฌาปนกิจ แล้วสิ่งสำคัญก็คือ รายชื่อเจ้าภาพ ซึ่งจะรวมเอาเหล่าบรรดาเครือญาติทั้งหมดเรียงรายเป็นทิวแถว และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันโดยไม่รู้ตัวว่า หากอ่านพบชื่อเจ้าภาพคนใดคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของตนแล้วละก็ จำเป็นไปช่วยงานศพนั้นด้วยทันที เป็นการปลูกฝังความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันฉันท์ญาติมิตร เพื่อนสนิท คนชิดใกล้ ให้สานสัมพันธ์โยงใยกลายเป็นร่างแหความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของผู้คนทั้งบุรี 
งานงานเทศกาลขนมเค้ก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะรวบรวมผู้ผลิตเค้กในจังหวัดตรังทุกร้านมาร่วมออกร้าน จำหน่ายเค้กในราคาพิเศษ ณ บริเวณถนนสถานีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน 
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปี และจะรวบรวมร้านต่าง ๆ ในจังหวัดมาร่วมออกร้าน ณ บริเวณสี่แยกธรรมรินทร์ บนถนนสถานีและมีการจัดขบวนแห่ 
งานเทศกาลหอยตะเภา เป็นเทศกาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งท่องเที่ยว คือ ชายหาดปากเมง เป็นสถานที่จัดงาน 
งานเฉลิมพระชนมพรรษาและงานกาชาดประจำปี จัดขึ้นระหว่าวันที่ 5-15 ธันวาคม ทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและทางภาคใต้ 
งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสาวทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก มาสู่เข้าร่วมพิธีวิวาห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงานยิ่งใหญ่ทุกปี 

จังหวัดตรัง มี สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่มีอยู่ดื่นดาษ มาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถเที่ยวได้ครบ แต่ถึงมากี่ครั้งเมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้ก็ไม่เคยทำให้เบื่อ ผมอยากให้ทุกคนที่มีเยือนเมืองตรังอย่าเพิ่งรีบมุ่งหน้าสู่ท

จังหวัดตรัง กอบด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีนิยม พิธีกรรม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่นิยมปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ จนถึงปัจจุบัน คือ 
กิจธุระวัฒนธรรม ประเพณี ของดีเมืองตรัง จัดขึ้นเดือนกันยายนทุกปี รวบรวมวัฒนธรรม ประเพณี สิ่งดีที่มีในจังหวัดตรัง ทุกอำเภอมาแสดง แย่งชิง แข่งขัน และออกร้านจ่ายในบริเวณงาน เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดตรัง 
ประเพณีถือศีลกินเจ (ประมาณเดือนตุลาคม) ประเพณีกินเจจะจัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน โดยจัดปีละครั้งในงานมีฝ่ายพิธีการจัดโต๊ะบูชา ฝ่ายอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฝ่ายอ่านบทสวดมนต์ร่วมกันประกอบพิธีกินเจ และเชิญชวนผู้ศรัทธามาร่วมกันกินเจก่อนถึงวันกำหนดเพื่อให้ร่างกายบริสุทธิ์และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ และพระจากดาวนพเคราะห์ทั้งเลข 9 ให้มาเป็นพยานในการประกอบพิธีกินเจครั้งนี้ ส่วนเจ้าอื่น ๆ ที่อัญเชิญมามีทั้ง พุทธ พราหมณ์ และเต๋า เพื่อให้เกิดศรัทธาในการรักษาศีล เขตการปฏิบัติถึงความบริสุทธิ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลยกเว้นข้อ 6 ไม่กินอาหารในยามวิกาลมาเป็นกินอาหารเจตลอด 9 วัน มีการทำวัตรเช้า – เย็น โดยถือปฏิบัติตามพุทธศาสนา คือ รักษาศีลทำสมาธิและเกิดปัญญา จะมีอยู่วันหนึ่งในช่วงจัดงาน เจ้าจะเข้าทรงร่างทรงแสดงอิทธิฤทธิ์โดยใช้วัตถุต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายพร้อมทั้งจัดขบวนแห่แหนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานที่นับถือได้สักการะเชิดชู เป็นต้น 
ประเพณีชิงเปรต วันสารท เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีรากเหง้าที่ว่า บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว หากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรก ปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน รับเปรต หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมัน และฝากกลับไปเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้น คือวันส่งเปรต กลับคืนเมืองเรียกกันว่าวันสารทใหญ่ต้องทำขนม คาวหวาน ขนมนมเนยครบถ้วน ยิ่งกว่าวันรับเปรตไปวัด โดยตั้งเปรตนอกวัด ให้พระท่านส่งเปรตกลับเมือง เลือดเนื้อเชื้อไขจะจุดธูปเทียน ระลึกถึงเปรต พร้อมกับหมายตาไว้ว่าใครอยากได้อะไรจากวงตั้งเปรต ทันทีที่บรรดาผู้ใหญ่ลุกขึ้น เด็ก ๆ ก็จะเข้าแย่งชิงอาหาร หรือเงินที่วางไว้เป็นที่สนุกสนาน เรียกว่า ชิงเปรต เชื่อกันว่าใครได้กินของกินเดนเปรตจะได้กุศลยิ่งนัก 
ประเพณีงานศพ พิธีงานศพของชาวตรังโด่งดังขึ้นด้วย ความต่างของการ์ดเชิญที่มีขนาดใหญ่ และมีรายชื่อเจ้าภาพเรียงรายนับร้อยไม่เหมือนกับการ์ดเชิญพิธีศพทั่วไป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิต
อันยาวนานจากอดีต ต่างบอกกล่าวเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของลักษณะการ์ดเชิญใบใหญ่นั้นว่า เริ่มต้นมาจากหมู่คนจีนยุคแรกที่มาอาศัยแผ่นดินตรัง ทำมาหากินด้วยความรู้สึกของความขัดแย้ง ทำให้หมู่คนจีนผูกพันเหนียวแน่น หาโอกาสติดต่อพบปะค้าขายช่วยเหลือ บอกข่าวถึงกันอยู่ตลอด เมื่อมีการตายเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อกัน หากแต่ความข้นแค้นลำเค็ญในภาวะความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเดินบอกการ์ดเชิญแก่ทุกบ้านได้ จึงกลายมาเป็นอาศัยการเขียนใบประกาศปิดตามร้านค้าขายกาแฟ ที่บรรดาคนจีนนิยมมานั่งดื่มกินกันในตอนเช้า จึงทราบข่าวคราวของเพื่อนฝูงได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้ถ่ายทอดจากชาวจีนสู่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมตามลำดับ จนกลับเป็นประเพณีของทุกคนไปในที่สุด
กรณีสำคัญในการ์ดใบเขื่องนั้น นอกจากจะระบุชื่อผู้ตาย สาเหตุการตาย สถานที่ตั้งศพ วันจัดงาน วันฌาปนกิจ แล้วสิ่งสำคัญก็คือ รายชื่อเจ้าภาพ ซึ่งจะรวมเอาเหล่าบรรดาเครือญาติทั้งหมดเรียงรายเป็นทิวแถว และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันโดยไม่รู้ตัวว่า หากอ่านพบชื่อเจ้าภาพคนใดคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของตนแล้วละก็ จงไปช่วยงานศพนั้นด้วยทันที เป็นการปลูกฝังความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันฉันท์ญาติมิตร เพื่อนสนิท คนชิดใกล้ ให้สานสัมพันธ์โยงใยกลายเป็นร่างแหความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของผู้คนทั้งจังหวัด 
งานงานเทศกาลขนมเค้ก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะรวบรวมผู้ผลิตเค้กในจังหวัดตรังทุกร้านมาร่วมออกร้าน จำหน่ายเค้กในราคาพิเศษ ณ เนื้อที่ถนนสถานีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน 
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปี และจะรวบรวมร้านต่าง ๆ ในจังหวัดมาร่วมออกร้าน ณ บริเวณสี่แยกธรรมรินทร์ บนถนนสถานีและมีการจัดขบวนแห่ 
งานเทศกาลหอยตะเภา เป็นเทศกาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งท่องเที่ยว คือ ชายหาดปากเมง เป็นสถานที่จัดงาน 
งานเฉลิมพระชนมพรรษาและงานกาชาดประจำปี จัดขึ้นระหว่าวันที่ 5-15 ธันวาคม ทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและทางภาคใต้ 
งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสาวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก มาเข้าร่วมพิธีวิวาห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงานยิ่งใหญ่ทุกปี 

จังหวัดตรัง มีชีวิตจังหวัดในปักษ์ใต้ของประเทศไทย ตรังหรือเมืองทับเที่ยง เป็นจังหวัดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้ ในอดีตสมัยเคยเป็นเมืองท่าค้าขายกับต่างประเทศ เป็นเป็นศูนย์รวมกลางการคมนาคมไปสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรังเป็นจังหวัดแรกที่ทางมีต้นยางพารามาปลูก โดยพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) นำพันธุ์ยางพารามาจากมาเลเซีย

       จังหวัดตรัง
       มีชีวิตจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย ตรังหรือเมืองทับเที่ยง เป็นจังหวัดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้ ในอดีตกาลเคยเป็นเมืองท่าค้าขายกับต่างประเทศ เป็นเป็นศูนย์กลางกลางการคมนาคมไปสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรังเป็นจังหวัดแรกแห่งมีต้นยางพารามาปลูก โดยพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) นำพันธุ์ยางพารามาจากมาเลเซีย
 
คำขวัญประจำจังหวัด : เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา
 
ที่รองรับ จังหวัดตรัง ตั้งอยู่ภาคใต้ของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ828 กม. มีพื้นที่ประมาณ 4,941.439 ตร.กม. เหรอประมาณ3,088,399.375 ไร่
บริเวณท่องเที่ยวฮิตในตรัง 
เกาะลิบง
       เข้าประจำที่อยู่ที่ตำบลลิบง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลตรัง มีพื้นที่25,000 ไร่ รอบๆ เกาะเต็มไปด้วยหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหาร ของ“พะยูน” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กำลังจะสูญพันธุ์ แต่จะพบได้มากบริเวณเกาะลิบง เกาะลิบงได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่า สัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง มีที่ทำการเขตฯ อยู่บริเวณแหลมจุโหย โดยรอบ เกาะมีแหลมและชายหาดหลายแห่ง เช่น หาดตูบ แหลมจุโหย แหลมทวด แหลมโต๊ะชัย เป็นต้น ย่านแหลมจุโหยนั้นเป็นหาดทราย เวลาน้ำลดสามารถเดินทางไปถึงหาดตูบ ซึ่งมีนกทะเลและ นกชายเลนจำนวนมากที่เดินทางมาจากแถบหนาวบินมาอาศัยเพียงที่นี่แห่งเดียว เพราะว่าเฉพาะเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม อาทิ นกกินเปี้ยว นกกวัก นกยางเขียว นกนางนวลแกลบเคราขาว นกหัวโตขาดำ ฯลฯ
 
ถ้ำเลเขากอบ
       ถ้ำเลเขากอบเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดธารน้ำไหลตลอดถ้ำบนแผ่นดิน มีลักษณะเป็นภูเขาผาหิน สูงชันสลับซับซ้อน มีลำคลองที่ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัด เมื่อไหลมาถึงบริเวณเขากอบจะแยกออกเป็น3 สาย โดยสองสายจะไหล อ้อมภูเขาและอีกสายหนึ่งจะไหลลอดถ้ำใต้ภูเขา ด้านในถ้ำมีหินงอกหินย้อย ระยะทาง4 กิโลเมตร อบต. เขากอบ ได้จัดเรือพายบริการ นำเที่ยวชมความงามของถ้ำ ถือเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชนในท้องถิ่น
 
หาดสำราญ
       ตั้งอยู่ตำบลหาดสำราญ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ59 กิโลเมตร รายทางถนนสายตรัง-ปะเหลียน จะเลี้ยวขวาที่สี่แยกบ้านนา ตำบลบ้านนา อำเภอปะเหลียนไปอีก22 กิโลเมตร เป็นหาดริมฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ย่านหาดสำราญมีต้นสนหนาแน่นและสามารถมองเห็นเกาะเล็กใหญ่ต่างๆ มีลมพัดตลอดวันเหมาะสำหรับเป็นที่ตากอากาศ นักเดินทางนิยมมารับประทานอาหารทะเลสดๆ ดูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงพี้นบ้าน และมีแหลมตะเสะ สามารถดูนกทะเลได้ตลอดทั้งปีในช่วงที่น้ำลง
 
อนุสาวรีย์พระรัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ นคร)
       อยู่ในบริเวณสวนสาธารณะเขตเทศบาลเมืองตรัง ห่างจากศาลากลางจังหวัด1 กิโลเมตร เส้นทางถนนตรัง-พัทลุง พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ได้สร้างความเจริญแก่จังหวัดตรัง เป็นอย่างมาก เช่น การคมนาคม เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ การเรียน การปกครอง และเป็นผู้นำต้นยางต้นแรกมาปลูกในจังหวัดตรัง จนสะพัดไปทั่วภาคใต้
กะพังสุรินทร์
       ห่างจากศาลากลางจังหวัด2 กิโลเมตร ใกล้อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เป็นแอ่งน้ำหรือหนองน้ำ ตามธรรมชาติขนาดใหญ่ มีเนื้อที่50 ไร่ กะพังสุรินทร์ตั้งชื่อตามพระยาสุรินทราราชา (นกยูง วิเศษกุล) อดีตสมุหเทศาภิบาลมณฑล ภูเก็ต รอบบริเวณเป็นสวนสาธารณะสำหรับนั่งพักผ่อนได้
 
ถ้ำเขาช้างหาย
       ตั้งอยู่หมู่ที่5-6 ตำบลนาหมื่นศรี เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยแบบต่าง ๆ ที่สวยงามสลับซับซ้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้ำลึกประมาณ500 เมตร ใช้เวลาเดินชมประมาณ20 นาที มีทางเดินคอนกรีตพร้อมทั้งติดไฟตามทางผ่าน ให้เดินได้อย่างสะดวก สำหรับเดินไปยังถ้ำต่าง ๆ เช่น ถ้ำช้างหาย ถ้ำเพกา ถ้ำทรายทอง ถ้ำโอง และถ้ำแม่เฒ่าคล้าย ถ้ำนี้เปิดให้เข้าชมวันเสาร์-อาทิตย์ สำหรับวันธรรมดาจะต้องติดต่อฝ่ายนำเที่ยวเพื่อให้เจ้าหน้าที่มาเปิดประตูถ้ำ
 
หาดหยงหลิง-หาดสั้น
       เป็นหาดทรายรูปโค้งขนานไปกับดงสน สุดชายหาดเป็นเขาสูงมีเวิ้งและโพรงถ้ำ ทำเป็นลอดออกไปสู่หน้าผา ริมทะเลที่มีโพรงถ้ำและโขดหินเหมือนป้อมโอบล้อมลานทรายไว้สวยงามมาก เหมาะที่จะเล่นน้ำและพักผ่อนหย่อนใจ ย่านหาด สามารถกางเต็นท์ได้ การเดินทาง ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข4046–4162 ถึงหาดปากเมงเลี้ยวซ้ายเลียบชายหาดประมาณ10 กิโลเมตร และเลี้ยวเข้าถนนบ้านน้ำราบ-หาดเจ้าไหม ประมาณ6 กิโลเมตร จะมีทางแยกเข้าหาดหยงหลินอีกประมาณ2 กิโลเมตร หรือเพราะว่าสารรถตู้สายตรัง-หาดยาว จะผ่านหน้าหาดหยงหลิน-หาดสั้น
 
ถ้ำเจ้าไหม-ถ้ำเจ้าคุณ
       เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยอยู่ที่เขาโต๊ะแนะ ใกล้บ้านเจ้าไหม การเที่ยวชมต้องนั่งเรือจากหาดยาวไปตามคลอง เจ้าไหม ประมาณ15 นาที จากนั้นใช้เรือเล็กพายลอดไปตามคลองจระเข้ขาวทะลุถ้ำเจ้าไหม เพื่อไปเจอป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ นอกจากนั้นระหว่างทางจะมีถ้ำเจ้าคุณ ซึ่งเป็นถ้ำที่ต้องเดินขึ้นไปเที่ยวชมความงามของถ้ำ ในถ้ำจะประกอบด้วยหินย้อยที่มีความสวยงาม และรูปร่างแปลกตาให้เที่ยวชม ทำเป็นพายเรือแคนูเที่ยวชมได้
 
พระนอนทรงเครื่องโนราวัดภูเขาทอง
       ประดิษฐานอยู่ที่วัดภูเขาทอง หมู่1 ตำบลน้ำผุด ห่างจากตัวเมือง20 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข4123 เป็นพระพุทธรูปโบราณปางปรินิพพาน สร้างสมัยศรีวิชัย ลักษณะเด่นคือ พระเศียรทรงเทริดโนรา ตามศิลปะของภาคใต้ เพราะว่าเชื่อกันว่า เทริดเป็นเครื่องประดับที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นของสูง กรมศิลปากรลงชื่อเป็นโบราณสถาน
 
การเดินทาง
รถยนต์ 
1. ไปตามทางหลวงหมายเลข4 กรุงเทพฯ-ชุมพร จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข41 ผ่าน สุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง-ห้วยยอด-ตรัง ระยะทาง828 กิโลเมตร 
2. ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ชุมพร จากนั้นผ่านแยกเข้าระนอง-พังงา-กระบี่-ตรัง ระยะทาง1,020 กิโลเมตร
 
รถไฟ
มีรถเร็วและรถด่วนออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ถึงสถานีตรังทุกวัน ระยะทาง870 กิโลเมตร ใช้เวลา15 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง โทร.1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือสถานีรถไฟตรัง โทร.0 7521 8012
 
รถโดยสารประจำทาง
จากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศ กรุงเทพฯ – ตรังทุกวัน รายละเอียดสอบถามได้ที่0 2435 1199 (รถปรับอากาศ) และโทร.0 2434 5557-8 (รถโดยสารธรรมดา) เหรอ บริษัท ขนส่ง จังหวัดตรัง โทร.0 7521 8718
 
เครื่องบิน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีเที่ยวบินตรงไปจังหวัดตรังทุกวัน สืบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000 หรือ การบินไทย สาขาตรัง โทร.0 7521 9923, 0 7521 8066
 
การคมนาคมภายในจังหวัด
ในตัวเมืองตรังมีรถสามล้อเครื่อง หรือตุ๊กตุ๊ก บริการในเขตเทศบาล หากเดินทางโทรระหว่างอำเภอมีบริการรถโดยสารประจำทาง รถสองแถว และรถตู้เช่าได้จากบริษัททัวร์ในเมืองตรัง
 
เทศกาลและงานประเพณี
งานเทศกาลขนมเค้ก
       ชาวตรังมีคำเลื่องลือในการทำขนมเค้กมาช้านาน โดยเฉพาะที่บ้านลำภูรา เป็นแหล่งผลิตขนมเค้กมาแต่ดั้งเดิม เอกลักษณ์ของขนมเค้กของชาวตรังจะไม่ใช้ครีมตกแต่งหน้าเค้ก ขนมเค้กมีหลายรส เช่น รสส้ม รสกาแฟ รสสามรส รสใบเตย รสเนย งานเทศกาลขนมเค้กจัดเป็นประจำทุกปี ช่วงเดือนสิงหาคม ย่านถนนสถานี
งานเทศกาลหมูย่าง
       เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง ช่วงเดือนกันยายนของทุกปี ด้านในงานมีหมูย่างสูตรพิเศษของเมืองตรังจากร้านต่างๆ ในจังหวัด งานจัดย่านสี่แยกธรรมรินทร์ ถนนสถานี 
 
งานวิวาห์ใต้สมุทร
       กิจกรรมที่สำคัญในงานที่แปลกที่สุดในโลก ตัวอย่างเช่น พิธีต้อนรับคู่บ่าวสาว (ชาวไทยและต่างประเทศ) ณ สนามบินตรัง ขบวนแห่คู่บ่าวสาวรอบตัวเมืองตรัง ต่อจากนั้นก็แห่ขันหมากด้วยเรือหางยาวไปยังเกาะกระดานแล้วดำน้ำลงไปทำพิธีรดสังข์และจดทะเบียนตบแต่งใต้ท้องทะเลลึกกว่า 40 ฟุต
โรงแรมที่พักที่น่าสนใจในตรัง 
โรงแรมเกาะมุก รีสอร์ท
โรงแรมมายาเล รีสอร์ท
โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา
โรงแรมทัพวารินทร์ รีสอร์ท
โรงแรมเกาะมุก สีวลัย บีช รีสอร์ท

จังหวัดตรัง มี สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่มีอยู่อุ่นหนาฝาคั่ง มาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถเที่ยวได้ครบ แต่ถึงมากี่ครั้งเมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้ก็ไม่เคยทำให้เบื่อ ผมอยากให้ทุกคนที่มีเยือนเมืองตรังอย่าเพิ่งรีบมุ่งหน้าสู่ท้องทะเลตั้งแต่วันแรก ปรารถนาให้ลองถูกวิถีชีวิตชาวเมือง และชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัดเสียก่อน เชื่อว่าทุกคนจะต้องรักเมืองตรังมากขึ้น เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีที่ความงามของทะเลเท่านั้น

จังหวัดตรัง มี สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่มีอยู่ถม มาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถเที่ยวได้ครบ แต่ถึงมากี่ครั้งเมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้ก็ไม่เคยทำให้เบื่อ ผมอยากให้ทุกคนที่มีเยือนเมืองตรังอย่าเพิ่งรีบมุ่งหน้าสู่ท้องทะเลตั้งแต่วันแรก กระหายให้ลองลูบไล้วิถีชีวิตชาวเมือง และชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัดเสียก่อน เชื่อว่าทุกคนจะต้องรักเมืองตรังมากขึ้น เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีที่ความงามของทะเลเท่านั้น
เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ด้วยการขึ้นไปชมทิวทัศน์มุมสูงของเมืองตรังที่ เขาหนองยวน สถานที่พักผ่อนที่มีความสงบเงียบ และสวยงาม สะดุดตาด้วย องค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (เจ้าแม่กวนอิม) ที่ชาวบ้านแวะเวียนมาสักการะบูชาอยู่เสมอ เนื่องจากที่นี่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆทางพระพุทธศาสนา แต่ในวันธรรมดาก็สามารถขึ้นมาชมความงามของทัศนียภาพรอบ ๆ เมืองตรังได้อย่างชัดเจน จากนั้นมุ่งหน้าเดินทางกันไปต่อที่ วัดภูเขาทอง ในตำบลน้ำผุด ที่อยู่ถัดจากตัวเมืองไปไม่ไกล ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือความเก่าแก่ของวัดที่มีอายุมายาวนานนับพันปี สร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวด้วย พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ แห่งเดียวในประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวตรังที่โด่งดังไปทั่วทุกที่ ยิ่งหากมองย้อนไปถึงประวัติ พระพุทธไสยาสน์ฯองค์นี้ถือได้ว่ามีมาก่อนที่จะตั้งวัดขึ้นเสียอีก
พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ ที่วัดภูเขาทอง นับเป็นพระพุทธรูปที่โกโรโกโสมากองค์หนึ่ง ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนแล้ว สำหรับสาเหตุที่ได้มีการสร้างพระพุทธรูป เป็นพระนอนทรงเทริดมโนราห์ หลายฝ่ายสันนิษฐานว่า ด้วยบริเวณปากถ้ำที่มีลักษณะกว้าง จึงจำเป็นต้องสร้างหมายถึงพระนอนเพื่อปิดเอาไว้ โดยมีความเชื่อตั้งแต่โบราณว่าภายในถ้ำน่าจะมีสมบัติของมีค่าเป็นจำนวนมากไม่เพียงองค์พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ ที่เป็นจุดเด่นและควรมาสักการะสักครั้ง ใครที่อยากผ่อนก็สามารถเดินชมความงามรอบบริเวณวัดภายใต้บรรยากาศอันร่มรื่นได้อย่างสบายใจ
มาถึงสถานที่สำคัญที่อยากให้ทุกคนที่มาเยือนจังหวัดตรังแวะเวียนมาที่นี่ ถ้ำเลเขากอบ หนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ของจังหวัดตรัง ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ช่วยเนรมิตให้มีธารน้ำไหลแทรกผ่านภูเขาตลอดทั้งลูกจนเกิดเป็นถ้ำเกือบ 10 ถ้ำ และด้วยความอัศจรรย์ธารน้ำที่พูดถึงก็กว้างพอที่จะนำเรือแล่นเข้าไปชมความงามของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำได้ แต่ต้องใช้ความชำนาญของเหล่านักพายและเรือคู่ใจที่เตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยว เรือที่จะนำชมถ้ำเลเขากรอบสามารถนั่งได้ลำละไม่เกิน 6 คน ล่องไปตามเส้นทางระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ลุงคนพายเรือเล่าให้ผมฟังว่า เดิมเขากอบเป็นแหล่งจับปลาเลี้ยงชีพตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย แต่เมื่อค้นพบถ้ำต่างๆมากมาย และความงามของหินงอกหินย้อยต่างๆ จึงได้ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่หินงอกหินย้อยก็มีตายไปบ้าง เพราะความไม่เคารพสถานที่ของคน ซึ่งผมรู้สึกปลื้มใจที่บรรดาคนพายเรือที่เปรียบเสมือนมัคคุเทศก์ของสถานที่ จะคอยแนะนำตลอดว่าไม่ควรแตะต้องรูจีที่ถูกสรรค์สรา้งขึ้นโดยธรรมชาติพวกนั้น
เรือจะค่อยๆเคลื่อนตัวช้าๆไปตามทางน้ำก่อนแวะให้นักประพาสต้นขึ้นชมรูจีของหินงอกหินย้อย 2จุด โดยแต่ละจุดมัคคุเทศก์ก็จะคอยเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังด้วยความชำนาญ ก่อนจะมาถึงไฮไลท์ที่ทุกคนจะต้องประทับใจเมื่อมาเยือนถ้ำเลเขากอบนั่นก็คือ จุดลอดถ้ำมังกร ที่เราต้องนอนราบไปกับลำเรือ และห้ามกระดุกกระดิกหรือยื่นแขนออกไปนอกเรือเป็นอันขาด เพราะสิ่งที่ทุกคนจะได้เห็นมีเพียงผนังถ้ำที่อยู่ใกล้สายตาแค่หนึ่งคืบ และเสียงกรีดร้องจากการลุ้นระทึกของผู้ร่วมเดินทาง ขอบอกว่าระยะทางเพียงแค่ 350 เมตรแต่ว่าระทึกใจยิ่งกว่าเล่นเครื่องเล่นเร้าใจต่างๆที่นำเข้าจากต่างประเทศเสียอีก
ในช่วงเย็นยามแดดร่มลมตกอย่าลืมแวะมาเดินเล่นหย่อนใจที่ กะพังสุรินทร์ สวนสาธารณะสุดจะคลาสสิคของจังหวัดตรัง ในอดีตได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัด ถึงปัจจุบันนี้จะเงียบเหงาไปมาก แต่ก็สามารถมาเดินเล่นพักผ่อนหรือปิกนิกท่ามกลางธรรมชาติได้ ถึงจะไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายของมากมายเหมือนสมัยก่อน แต่ทัศนียภาพความงามของสถานที่ก็ไม่ได้ลดหายตามไปด้วย อยากแนะนำให้มาปิดท้ายทริปวันแรกด้วยการชมพระอาทิตย์สิ้นแสงที่ หาดปากเมง ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร นับเป็นหาดที่สวยงามและสงัดแห่งหนึ่ง ไฮไลท์อยู่ที่มุมมองพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามสะกดใจ ถ้าจะให้ครบรสต้องนั่งทานอาหารริมชายหาดตามร้านต่างๆบริเวณนั้น การันตีว่ารสชาติอาหาร และบรรยากาศทะเล จะทำให้ทุกคนประทับใจจนยากที่จะลืม
การเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังครั้งนี้ ช่วยเปิดประเด็นใหม่ด้านการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ทำให้รู้ว่าถึงจะได้ออกไปสู่ท้องทะเล เมืองตรังก็ยังมีความน่าหลงใหลอีกมากมายรอให้คนเข้ามาสัมผัส ขอเพียงทุกคนอย่ายึดติดและลองเที่ยวไปตามที่ใจต้องการ โดยไม่สร้างความเสียหายให้กับสถานที่ เพียงเท่านี้ความสุขที่ได้รับกลับมาก็จะเป็นความสุขที่จริงๆ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรัง สามารถสอบถามข้อปลีกย่อยเพิ่มเติม หรือขอข่าวสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง(ตรัง,สตูล) โทร 0 7521 5867 , 0 7521 1058

จังหวัดตรัง มี สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่มีอยู่อุดม มาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถเที่ยวได้ครบ แต่ถึงมากี่ครั้งเมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้ก็ไม่เคยทำให้เบื่อ ผมอยากให้ทุกคนที่มีเยือนเมืองตรังอย่าเพิ่งรีบมุ่งหน้าสู่ท้องทะเลตั้งแต่วันแรก หมายมั่นให้ลองสัมผัสวิถีชีวิตชาวเมือง และชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัดเสียก่อน เชื่อว่าทุกคนจะต้องรักเมืองตรังมากขึ้น เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีที่ความงามของทะเลเท่านั้น

จังหวัดตรัง มี สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่มีอยู่แยะ มาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถเที่ยวได้ครบ แต่ถึงมากี่ครั้งเมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้ก็ไม่เคยทำให้เบื่อ ผมอยากให้ทุกคนที่มีเยือนเมืองตรังอย่าเพิ่งรีบมุ่งหน้าสู่ท้องทะเลตั้งแต่วันแรก หมายให้ลองลูบไล้วิถีชีวิตชาวเมือง และชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัดเสียก่อน เชื่อว่าทุกคนจะต้องรักเมืองตรังมากขึ้น เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีที่ความงามของทะเลเท่านั้น
เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ด้วยการขึ้นไปชมขอบฟ้ามุมสูงของเมืองตรังที่ เขาหนองยวน สถานที่พักผ่อนที่มีความสงบเงียบ และสวยงาม สะดุดตาด้วย องค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (เจ้าแม่กวนอิม) ที่ชาวบ้านแวะเวียนมาสักการะบูชาอยู่เสมอ เนื่องจากที่นี่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆทางพระพุทธศาสนา แต่ในวันธรรมดาก็สามารถขึ้นมาชมความงามของทัศนียภาพรอบ ๆ เมืองตรังได้อย่างชัดเจน จากนั้นมุ่งหน้าเดินทางกันไปต่อที่ วัดภูเขาทอง ในตำบลน้ำผุด ที่อยู่ถัดจากตัวเมืองไปไม่ไกล ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือความเก่าแก่ของวัดที่มีอายุมายาวนานนับพันปี สร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวด้วย พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ แห่งเดียวในประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของชาวตรังที่โด่งดังไปทั่วสารทิศ ยิ่งหากมองย้อนไปถึงประวัติ พระพุทธไสยาสน์ฯองค์นี้ถือได้ว่ามีมาก่อนที่จะตั้งวัดขึ้นเสียอีก
พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ ที่วัดภูเขาทอง นับเป็นพุทธรูปที่โบราณมากองค์หนึ่ง ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนแล้ว สำหรับสาเหตุที่ได้มีการสร้างพระพุทธรูป เป็นพระนอนทรงเทริดมโนราห์ หลายฝ่ายสันนิษฐานว่า ด้วยบริเวณปากถ้ำที่มีลักษณะกว้าง จึงจำเป็นต้องสร้างดำรงฐานะพระนอนเพื่อปิดเอาไว้ โดยมีความเชื่อตั้งแต่โบราณว่าภายในถ้ำน่าจะมีสมบัติของมีค่าเป็นจำนวนมากไม่เพียงองค์พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ ที่เป็นจุดเด่นและควรมาสักการะสักครั้ง ใครที่อยากหย่อนอารมณ์ก็สามารถเดินชมความงามรอบบริเวณวัดภายใต้บรรยากาศอันร่มรื่นได้อย่างสบายใจ
มาถึงสถานที่สำคัญที่อยากให้ทุกคนที่มาเยือนจังหวัดตรังแวะเวียนมาที่นี่ ถ้ำเลเขากอบ หนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ของจังหวัดตรัง ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ช่วยเนรมิตให้มีธารน้ำไหลแทรกผ่านภูเขาตลอดทั้งลูกจนเกิดเป็นถ้ำเกือบ 10 ถ้ำ และด้วยความอัศจรรย์ธารน้ำที่พูดถึงก็กว้างพอที่จะนำเรือแล่นเข้าไปชมความงามของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำได้ แต่ต้องใช้ความชำนาญของเหล่านักพายและเรือคู่ใจที่เตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยว เรือที่จะนำชมถ้ำเลเขากรอบสามารถนั่งได้ลำละไม่เกิน 6 คน ล่องไปตามเส้นทางระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ลุงคนพายเรือเล่าให้ผมฟังว่า เดิมเขากอบเป็นแหล่งจับปลาเลี้ยงชีพตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย แต่เมื่อค้นพบถ้ำต่างๆมากมาย และความงามของหินงอกหินย้อยต่างๆ จึงได้ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่หินงอกหินย้อยก็มีตายไปบ้าง เพราะความไม่เคารพสถานที่ของคน ซึ่งผมรู้สึกปลื้มใจที่บรรดาคนพายเรือที่เปรียบเสมือนมัคคุเทศก์ของสถานที่ จะคอยแนะนำตลอดว่าไม่ควรแตะต้องความน่ารักที่ถูกสรรค์สรา้งขึ้นโดยธรรมชาติเหล่านั้น
เรือจะค่อยๆเคลื่อนตัวช้าๆไปตามทางน้ำก่อนแวะให้นักตระเวนขึ้นชมความน่ารักของหินงอกหินย้อย 2จุด โดยแต่ละจุดมัคคุเทศก์ก็จะคอยเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังด้วยความชำนาญ ก่อนจะมาถึงไฮไลท์ที่ทุกคนจะต้องประทับใจเมื่อมาเยือนถ้ำเลเขากอบนั่นก็คือ จุดลอดถ้ำมังกร ที่เราต้องนอนราบไปกับลำเรือ และห้ามกระดุกกระดิกหรือยื่นแขนออกไปนอกเรือเป็นอันขาด เพราะสิ่งที่ทุกคนจะได้เห็นมีเพียงผนังถ้ำที่อยู่ใกล้สายตาแค่หนึ่งคืบ และเสียงกรีดร้องจากการลุ้นระทึกของผู้ร่วมเดินทาง ขอบอกว่าระยะทางเพียงแค่ 350 เมตรแต่ว่าระทึกใจยิ่งกว่าเล่นเครื่องเล่นเร้าใจต่างๆที่นำเข้าจากต่างประเทศเสียอีก
ในช่วงเย็นยามแดดร่มลมตกอย่าลืมแวะมาเดินเล่นพักสมองที่ กะพังสุรินทร์ สวนสาธารณะสุดจะคลาสสิคของจังหวัดตรัง ในอดีตได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัด ถึงปัจจุบันนี้จะเงียบเหงาไปมาก แต่ก็สามารถมาเดินเล่นพักผ่อนหรือปิกนิกท่ามกลางธรรมชาติได้ ถึงจะไม่มีพ่อค้าผู้ขายมาขายของมากมายเหมือนสมัยก่อน แต่ทัศนียภาพความงามของสถานที่ก็ไม่ได้ลดหายตามไปด้วย อยากแนะนำให้มาปิดท้ายทริปวันแรกด้วยการชมพระอาทิตย์สิ้นแสงที่ หาดปากเมง ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร นับเป็นหาดที่สวยงามและเงียบแห่งหนึ่ง ไฮไลท์อยู่ที่มุมมองพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามสะกดใจ ถ้าจะให้ครบรสต้องนั่งทานอาหารริมชายหาดตามร้านต่างๆบริเวณนั้น การันตีว่ารสชาติอาหาร และบรรยากาศทะเล จะทำให้ทุกคนประทับใจจนยากที่จะเผลอ
การเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังครั้งนี้ ช่วยเปิดส่วนใหม่ด้านการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ทำให้รู้ว่าถึงจะได้ออกไปสู่ท้องทะเล เมืองตรังก็ยังมีความน่ารู้อีกมากมายรอให้คนเข้ามาสัมผัส ขอเพียงทุกคนอย่ายึดติดและลองเที่ยวไปตามที่ใจต้องการ โดยไม่สร้างความเสียหายให้กับสถานที่ เพียงเท่านี้ความสุขที่ได้รับกลับมาก็จะเป็นความเบิกบานที่จริง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรัง สามารถสอบถามเรื่องเบ็ดเตล็ดเพิ่มเติม หรือขอข่าวสารสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง(ตรัง,สตูล) โทร 0 7521 5867 , 0 7521 1058

จังหวัดตรัง มีขนบธรรมเนียมระเบียบแบบแผน วัฒนธรรม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่การกำหนดปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ กระทั่งปัจจุบัน คือ

จังหวัดตรัง มีอยู่ขนบธรรมเนียมจารีต ประเพณีนิยม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่นิยมปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ จนปัจจุบัน คือ 
กิจธุระวัฒนธรรม ประเพณี ของดีเมืองตรัง จัดขึ้นเดือนกันยายนทุกปี รวบรวมวัฒนธรรม ประเพณี เครื่องใช้ดีที่มีในจังหวัดตรัง ทุกอำเภอมาแสดง ประกวด แข่งขัน และออกร้านจ่ายในบริเวณงาน เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดตรัง 
ประเพณีถือศีลกินเจ (ประมาณเดือนตุลาคม) ประเพณีกินเจจะจัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน โดยจัดปีละครั้งในงานมีฝ่ายพิธีการจัดโต๊ะบูชา ฝ่ายอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฝ่ายอ่านบทสวดมนต์ร่วมกันประกอบพิธีกินเจ และเชิญชวนผู้ศรัทธามาร่วมกันกินเจก่อนถึงวันกำหนดเพื่อให้ร่างกายบริสุทธิ์และ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ และพระจากดาวนพเคราะห์ทั้งเลข 9 ให้มาเป็นพยานในการประกอบพิธีกินเจครั้งนี้ ส่วนเจ้าอื่น ๆ ที่อัญเชิญมามีทั้ง พุทธ พราหมณ์ และเต๋า เพื่อให้เกิดศรัทธาในการรักษาศีล ทิวการปฏิบัติถึงความบริสุทธิ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนุ่งขาวห่มขาว ถืออุโบสถศีลยกเว้นข้อ 6 ไม่กินอาหารในวิกาลมาเป็นกินอาหารเจตลอด 9 วัน มีการทำวัตรเช้า – เย็น โดยถือปฏิบัติตามพุทธศาสนา คือ รักษาศีลทำสมาธิและเกิดปัญญา จะมีอยู่วันหนึ่งในช่วงจัดงาน เจ้าจะเข้าทรงร่างทรงแสดงอิทธิฤทธิ์โดยใช้วัตถุต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายพร้อมทั้งจัดขบวนแห่แหนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานที่นับถือได้สักการะสังเวยบูชา เป็นต้น 
ประเพณีชิงเปรต วันสารท เป็นประเพณีที่ดำรงอยู่บนความเชื่อของการนับถือผีรากเหง้าที่ว่า บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว หากยังมีบาปอยู่จะกลายเป็นเปรตในนรก ปีหนึ่งจะถูกปล่อยให้มาเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน รับเปรต หรือวันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมัน และฝากกลับไปเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้น คือวันส่งเปรต กลับคืนเมืองเรียกกันว่าวันสารทใหญ่ต้องทำขนม คาวหวาน ขนมนมเนยครบถ้วน ยิ่งกว่าวันรับเปรตไปวัด โดยตั้งเปรตนอกวัด ให้พระท่านส่งเปรตกลับเมือง เลือดเนื้อเชื้อไขจะจุดธูปเทียน ระลึกถึงเปรต พร้อมกับหมายตาไว้ว่าใครอยากได้อะไรจากวงตั้งเปรต ทันทีที่บรรดาผู้ใหญ่ลุกขึ้น เด็ก ๆ ก็จะเข้าแย่งชิงอาหาร หรือเงินที่วางไว้เป็นที่สนุกสนาน เรียกว่า ชิงเปรต เชื่อกันว่าใครได้กินกระยาหารเดนเปรตจะได้กุศลยิ่งนัก 
ประเพณีงานศพ พิธีงานศพของชาวตรังโด่งดังขึ้นด้วย ความต่างของการ์ดเชิญที่มีขนาดใหญ่ และมีรายชื่อเจ้าภาพเรียงรายนับร้อยไม่เหมือนกับการ์ดเชิญงานเผาศพทั่วไป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิต
อันยาวนานจากอดีต ต่างบอกกล่าวเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของลักษณะการ์ดเชิญใบใหญ่นั้นว่า เริ่มต้นมาจากหมู่คนจีนยุคแรกที่มาอาศัยแผ่นดินตรัง ทำมาหากินด้วยความรู้สึกของความขัดแย้ง ทำให้หมู่คนจีนผูกพันเหนียวแน่น หาโอกาสติดต่อพบปะค้าขายช่วยเหลือ บอกข่าวถึงกันอยู่ตลอด เมื่อมีการตายเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อกัน หากแต่ความข้นแค้นลำเค็ญในภาวะความเป็นอยู่ของชาวจีนสมัยนั้น ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเดินบอกการ์ดเชิญแก่ทุกบ้านได้ จึงกลายมาเป็นอาศัยการเขียนใบประกาศปิดตามร้านค้าขายกาแฟ ที่บรรดาคนจีนนิยมมานั่งดื่มกินกันในตอนเช้า จึงทราบข่าวคราวของเพื่อนฝูงได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้ถ่ายทอดจากชาวจีนสู่ชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมตามลำดับ จนกลายประเพณีของทุกคนไปในที่สุด
เหตุสำคัญในการ์ดใบเขื่องนั้น ยกเว้นจะระบุชื่อผู้ตาย สาเหตุการตาย สถานที่ตั้งศพ วันจัดงาน วันฌาปนกิจ แล้วสิ่งสำคัญก็คือ รายชื่อเจ้าภาพ ซึ่งจะรวมเอาเหล่าบรรดาเครือญาติทั้งหมดเรียงรายเป็นทิวแถว และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันโดยไม่รู้ตัวว่า หากอ่านพบชื่อเจ้าภาพคนใดคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของตนแล้วละก็ แตะต้องไปช่วยงานศพนั้นด้วยทันที เป็นการปลูกฝังความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันฉันท์ญาติมิตร เพื่อนสนิท คนชิดใกล้ ให้สานสัมพันธ์โยงใยกลายเป็นร่างแหความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของผู้คนทั้งจังหวัด 
งานงานเทศกาลขนมเค้ก จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี จะรวบรวมผู้ผลิตเค้กในจังหวัดตรังทุกร้านมาร่วมออกร้าน จำหน่ายเค้กในราคาพิเศษ ณ ดินแดนถนนสถานีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน 
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายนของทุกปี และจะรวบรวมร้านต่าง ๆ ในจังหวัดมาร่วมออกร้าน ณ บริเวณสี่แยกธรรมรินทร์ บนถนนสถานีและมีการจัดขบวนแห่ 
งานเทศกาลหอยตะเภา เป็นเทศกาลที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยใช้แหล่งท่องเที่ยว คือ ชายหาดปากเมง เป็นสถานที่จัดงาน 
งานเฉลิมพระชนมพรรษาและงานกาชาดประจำปี จัดขึ้นระหว่าวันที่ 5-15 ธันวาคม ทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและทางภาคใต้ 
งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสาวทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก มาเข้าร่วมพิธีวิวาห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงานยิ่งใหญ่ทุกปี